ดูนี่อินไซด์

10 เรื่องราวแวมไพร์ในประวัติศาสตร์ที่สยองไม่แพ้ The Strain
10 เรื่องราวแวมไพร์ในประวัติศาสตร์ที่สยองไม่แพ้ The Strain

10 เรื่องราวแวมไพร์ในประวัติศาสตร์ที่สยองไม่แพ้ The Strain


ปฏิเสธไม่ได้ว่า “แวมไพร์” คือปีศาจทางฝั่งตะวันตกที่โด่งดังไปทั่วโลก เรื่องราวของแวมไพร์ถูกเล่าผ่านหนังสือและภาพยนตร์มามากมาย รวมถึงซีรีย์แวมไพร์ชื่อดังอย่าง The Strain ที่นำเสนอแวมไพร์ออกมาได้อย่างสมจริง มีหลักวิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์ให้คนดูติดตามความลับไปเรื่อยๆ และความสยองขวัญที่ไม่ประนีประนอม แวมไพร์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1734 มีทั้งเรื่องราวที่แต่งขึ้นและเรื่องราวที่มีมูลความจริง ในบทความนี้ผมจะเล่าถึงเรื่องราวของแวมไพร์ ที่รับรองว่าสยองไม่แพ้ The Strain แน่ๆ ถ้าพร้อมก็ล้อมวงกันเข้ามาได้เลยครับ

 

อันดับ 10 ปีเตอร์ โปลโกโจวิทซ์ แวมไพร์ผู้สังหารคนในฝัน

 

 

     

 

 ปีเตอร์ โปลโกโจวิทซ์ เป็นชายชาวเซอร์เบียที่เกิดในช่วงปี 1700s เมื่อเขาตายลง ชาวบ้านก็จัดพิธีศพให้กับเขาตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือ....เขาไม่ได้ตายจริงๆ ภายในเวลา 10 สัปดาห์หลังจากที่เขาตาย มีคนในหมู่บ้านเสียชีวิต 9 คนจากอาการป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุ พวกชาวบ้านต่างสาปแช่งว่าเป็นฝีมือของปีเตอร์ เพราะเขาไป “บีบคอ” ชาวบ้านในความฝัน เรื่องราวเริ่มประหลาดเมื่อลูกชายแท้ๆของปีเตอร์ ก็รายงานว่าได้พบพ่อของเขามาขออาหารในครัวหลังจากที่ตายไปแล้ว 3 วัน และหลังจากนั้นลูกชายของปีเตอร์ก็ตายอย่างปริศนา ภรรยาของปีเตอร์ก็หลบหนีออกไปจากเมืองอย่างผวาหลังจากสามีมาปรากฏตัวต่อหน้าเช่นกัน

 

หลังจากเกิดความวุ่นวายในหมู่บ้าน และมีคนตายอย่างปริศนามากขึ้นเรื่อยๆ พวกชาวบ้านจึงร้องขอให้ทางการส่งทหารมาจัดการ เมื่อกองทัพมาถึง พวกเขาได้ขุดศพของปีเตอร์ขึ้นมา และพบว่าศพยังหายใจอยู่ แถมลูกตายังกรอกไปกรอกมาเหมือนยังมีชีวิต พวกเขาจึงจัดการเอาเสาแหลมทิ่มเข้าไปที่หัวใจ และเผาศพทิ้ง หลังจากนั้นคนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครตายอีกเลย

 

 

 

อันดับ 9 แวมไพร์แค้นรักแห่งปราสาทอัลวิค

 

 

 

 

เรื่องราวแวมไพร์ในปราสาทอัลวิค ถูกบันทึกโดยนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษนาม วิลเลียมแห่งนิวเบิร์ก เขาเล่าถึงเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา หลังจากที่เขาขึ้นไปซ่อนตัวบนหลังคา เพื่อแอบดูภรรยาที่คบชู้กับชายอื่น แต่เขาได้ตกลงมาเสียชีวิต หลังจากการฝังเขาก็ฟื้นขึ้นมาเป็นศพเดินได้ และแพร่กระจายโรคระบาดจนมีคนตายไปทั่ว

 

แต่บาทหลวงประจำเมืองก็ไม่นิ่งนอนใจ พวกเขาได้รวบรวมชาวบ้านไปขุดหลุมศพของแวมไพร์ และเอาพลั่วแทงเข้าไปที่ศพ ปรากฏว่ามีเลือดอุ่นๆไหลทะลักออกมา พวกเขาจึงได้รู้ว่าเจ้าแวมไพร์ดื่มเลือดเข้าไปเพื่อเป็นพลังชีวิต พวกเขาจึงจัดการเผาศพ และโรคระบาดก็ไม่เกิดขึ้นอีก

 

 

อันดับ 8 แวมไพร์สูบสยองแห่งสุสานไฮเกท

 

 

 

 

ปี 1969 เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นที่สุสานไฮเกทในตัวเมืองลอนดอน ซากสัตว์จำนวนมากมายตายเกลื่อนในสุสาน พวกชาวบ้านได้พบรอยแผลที่คอของสัตว์และเลือดในตัวถูกดูดออกไปจนหมด นอกจากนั้นยังมีคนพบเห็น “สัตว์ประหลาด” ร่างกายสีดำ ตัวสูง มีดวงตาที่สามารถสะกดจิตได้ ชายคนหนึ่งรายงานว่าขณะที่เขากำลังเดินออกจากสุสาน เขาได้เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาด มันใช้ดวงตาสะกดจิตให้เขานิ่งขยับตัวไม่ได้ หลังจากนั้นมันก็หายตัวไป

 

เหตุการณ์ประหลาดเป็นที่สนใจของบรรดาสื่อจนลงข่าวในหนังสือพิมพ์ หลังจากลงข่าวไม่นาน กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น “นักล่าแวมไพร์” ก็ได้เข้ามายังสุสานไฮเกท พวกเขาขุดหลุมศพขึ้นมา และทำการปิดผนึกสุสานไว้อย่างแน่นหนา หลังจากนั้นรายงานเรื่องพบแวมไพร์ก็น้อยลงเรื่อยๆ

 

 

 

อันดับ 7 ซาวา ซาวาโนวิค ผีแวมไพร์ผู้ฆ่าไม่ตาย

 

 

 

 

สิ่งที่น่ากลัวกว่าแวมไพร์ก็คือ “ผี” แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ “ผีแวมไพร์” มาทำความรู้จักกับ ซาวา ซาวาโนวิค แวมไพร์สัญชาติเซอร์เบียที่อาศัยอยู่ในโรงสีเก่าๆ คอยสังหารพวกนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา และชาวไร่ชาวสวนที่เข้าใกล้โรงสีตอนค่ำ ไม่มีใครหยุดยั้งซาวาได้ เพราะเขาเป็น “ผี” ชาวบ้านในละแวกนั้นก็ได้ทำการขุดสุสานขึ้นมา ก็ไม่พบเจอศพใดที่ผิดปกติ เมื่อวิธีฆ่าแวมไพร์ปกติไม่ได้ผล ซาวาจึงยังคงตามรังควานมนุษย์ในแถบนั้นอยู่เรื่อยๆ

 

ถึงแม้ซาวาจะไม่ได้ถูกฆ่าหรือขับไล่เหมือนกับแวมไพร์ตัวอื่นๆ แต่จู่ๆเขากลับหยุดฆ่าชาวบ้านซะเอง โรงสีที่เขาเคยอาศัยอยู่ก็เปลี่ยนมือเจ้าของไปเรื่อยๆ เจ้าของแต่ละคนก็กลัวที่จะซ่อมแซมโรงสีไม่กล้าเข้าใกล้ จนในที่สุดมันก็พังทลายไป แต่ก็มีชาวบ้านรายงานว่าซาวาได้ปรากฏตัวขึ้นเรื่อยๆ และเพ่นพ่านไปในแถบชนบทอื่นๆของเซอร์เบียเพื่อหาบ้านหลังใหม่

 

 

อันดับ 6 แสงประหลาดแห่งคร็อกลิน เกรงก์

 

 

 

 

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1800 เมื่อครอบครัวครันเวลล์ย้ายไปอาศัยอยู่ที่เมืองคร็อกลิน เกรงก์ ในมณฑลคัมเบรียของประเทศอังกฤษ นางครันเวลล์สังเกตเห็นแสงประหลาดในสวนหลังบ้าน เธอสงสัยจึงได้เดินไปดูใกล้ๆที่หน้าต่าง ก่อนที่จะพบว่ามันไม่ใช่แสง แต่เป็นดวงตา!

 

นางครันเวลล์ยืนแข็งทื่อเพราะความกลัว เธอพยายามไล่ปิดหน้าต่างทีละบาน ขณะที่ใส่กลอน จู่ๆก็มีมือที่เหมือนซากศพคว้ามาจับมือของเธอ เธอกรีดร้องลั่นจนพวกพี่ชายของเธอได้ยินและรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ พวกเขาเห็นเลือดไหลทะลักออกมาจากคอของเธอ พวกเขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นปีศาจรูปร่างคล้ายแมวหนีไปในความมืด

 

เมื่อครอบครัวถูกคุกคาม พวกพี่ชายของเธอจึงตัดสินใจวางแผนสังหารแวมไพร์ตนนั้น วันถัดมา พวกเขาได้ติดตั้งกับดักไปทั่วบ้าน และวางแผนให้นางครันเวลล์แสร้งทำเป็นหลับในห้องที่ถูกทำร้าย ทันทีที่เจ้าแวมไพร์พยายามเข้ามาในห้องเดิม พวกพี่ชายของเธอโผล่ออกมาพร้อมปืนพก ยิงไปที่เจ้าปีศาจร้าย มันกรีดร้องโหยหวนและหนีออกไปในความมืด วันถัดมา พวกเขาได้รวบรวมชาวบ้านไปค้นสุสาน เปิดผนึกห้องใต้ดินห้องหนึ่ง พวกเขาพบกับโลงศพที่ถูกเปิดออก ข้างในมีศพเน่าฉุนและปรากฏรอยกระสุนตำแหน่งเดียวกับที่หนุ่มตระกูลครันเวลล์ยิงใส่ พวกเขาจึงจัดการเผาศพนั้นทิ้งไป

 

 

 

อันดับ 5 จูเร กรันโด แวมไพร์นักเคาะ

 

 

 

 

จูเร กรันโด เป็นชาวนาที่อาศัยอยู่ในเมืองอีสเทรีย ประเทศโครเอเชีย เขาตายลงเมื่อปี  1656 แน่นอนว่าความตายเป็นแค่จุดเริ่มต้น หลังจากที่เขาตาย ชาวบ้านก็ต้องอยู่ท่ามความหวาดผวาเป็นเวลาถึง 16 ปี เขาจะไปเคาะประตูตามบ้าน บ้านหลังใดที่เขาไปเยือนจะต้องมีสมาชิกถูกฆ่า ถ้าคืนไหนเขาไม่ได้ออกไปฆ่า เขาก็จะสมสู่อยู่กับพวกแม่หม้ายในหมู่บ้าน มีคนตายมากขึ้นเรื่อยๆ จนชาวบ้านทนไม่ไหว พวกเขาไปขอร้องให้บาทหลวงมือฉมังช่วยปราบปีศาจร้าย แน่นอนว่ากรันโดไม่อาจสู้พลังของบาทหลวงได้ บาทหลวงได้ใช้ไม้กางเขนไล่กรันโดกลับไปยังหลุมศพ ทันทีที่เขาหนีลงไปในหลุม พวกชาวบ้านก็ขุดเขาขึ้นมา และตัดศรีษะทิ้งไป

 

 

 

อันดับ 4 ฮันเดอร์เพรส ของเล่นสยองของนักบวช

 

 

 

 

ฮันเดอร์เพรส เป็นชื่อเล่นของบาทหลวงที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 11 เขาได้รับชื่อนี้มาเพราะว่าเขาชอบขี่ม้าล่าสัตว์ โดยมีหมาล่าเนื้อเดินทางไปด้วย

ในช่วงที่มีชีวิตอยู่ฮันเดอร์เพรสเป็นคนที่ทำบาปไว้มาก เมื่อตายลงเขาจึงไม่ได้ไปสู่สุขคติ แต่เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เขากลับถูกพวกนักบวชสำนักเดียวกันบังคับให้ดื่มเลือดเเละเปลี่ยนร่างเป็นปีศาจค้างคาว เขากลายเป็นของเล่นสนุกของพวกนักบวช แต่ความสนุกก็กลายเป็นความสยอง เพราะฮันเดอร์เพรสได้หลุดจากการควบคุม และออกไปคุกคามพวกผู้หญิงในหมู่บ้าน

ในที่สุดพวกนักบวชก็ต้องหาวิธีแก้ไข พวกเขาไปเฝ้าหลุมศพฮันเดอร์เพรสยามค่ำคืน และเอาขวานจามไปที่หัว พวกเขาเผาศพจนเหลือแต่เถ้าถ่าน แต่ก็ยังมีตำนานเล่าว่าเขายังคงตามหลอกหลอนผู้คนในบริเวณนั้น

 

 

อันดับ 3 โรค “แวมไพร์” ภัยอำมหิต

 

 

 

 

ไม่บ่อยนักที่จะได้ยินเรื่องแวมไพร์จากทางฝั่งอเมริกา แต่ในปี 1990 สุสานในเมืองกริสวอลด์ รัฐคอนเนคติคัท เป็นสุสานที่ฝังศพชาวนาในยุค 1700s ทุกศพล้วนปกติยกเว้นหนึ่งศพที่ถูกประหารชีวิตโดยการตัดหัว แต่สภาพศพกลับถูกจัดวางใหม่เหมือนศพคนปกติ

มีคนวิเคราะห์ว่าไม่ใช่ฝีมือของโจรปล้นสุสานเพราะไม่มีของมีค่าใดๆถูกขโมยไป แต่มันถูกจัดวางแบบนี้มานานแล้ว เหตุการณ์นี้ทำให้คนแถวนั้นหวาดกลัวมาก เพราะมันดันไปคล้ายกับเหตุการณ์ในเมืองจิวเวท ที่เกิดในเวลาไล่เลี่ยกัน และถูกเรียกว่า “โรคระบาดแวมไพร์” กรณีที่โด่งดังที่สุดคือกรณีของ เมอร์ซี่ บราวน์ หญิงสาวที่ตายด้วยวัณโรค หลังจากเธอตายไม่นาน สมาชิกในครอบครัวของเธอต่างล้มป่วยและตายไปทีละคน จนศพของเมอร์ซี่ถูกขุดขึ้นมา มีคนพบว่าศพนั้นดู มีน้ำมีนวลมากกว่าศพทั่วไป พวกเขาจึงจัดการเผาศพนั้นทิ้งไป

 

 

อันดับ 2 แวมไพร์ฟันเหล็ก  เรื่องจริงหรืออิงจินตนาการ

 

 

 

 

ตำนานนี้เป็นเรื่องที่เล่าผ่านมาปากต่อปากในเมืองกลาสโกล ประเทศสก็อตแลนด์ ผู้คนเล่าถึงแวมไพร์ที่มีฟันเป็นเหล็ก มันจับเด็กไป 2 คน หลังจากนั้นไม่นาน พวกเด็กๆที่เป็นเพื่อนกับเด็กสองคนนั้น ก็พากันไปล่าแวมไพร์ที่สุสาน โดยตระเตรียมอาวุธอย่างมีดและไม้ไป แต่พวกผู้ใหญ่ต่างกล่าวว่าเหตุการณ์นี้เกิดมาจากโรคหวาดระแวงหลังจากที่เด็กๆได้อ่านการ์ตูนสยองขวัญเรื่อง “Tales From The Crypt” แต่คำกล่าวนี้ก็ไม่เป็นจริง เพราะมีการพิสูจน์ว่าไม่มีการ์ตูนใดๆในยุคนั้นที่เล่าถึงแวมไพร์ฟันเหล็ก แต่เด็กๆก็ยังยืนกรานว่าแวมไพร์ตนนี้มีอยู่จริง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่ามันเป็นเรื่องจริง หรือเป็นแค่จินตนาการของเด็กๆกันแน่

 

 

อันดับ 1 อลิซาเบธ บาโธรี่ สตรีผู้รักการอาบเลือด

 

 

 

 

ถ้าหากไม่นับ “วลาดนักเสียบ” (แม่ทัพชาวโรมาเนีย ชายคนแรกที่ถูกขนานนามว่าเป็นแวมไพร์) อลิซาเบธ บาโธรี่ คือแวมไพร์ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะวลาดไม่ใช่แวมไพร์ที่ดูดเลือดคนจริงๆ แต่อลิซาเบธเป็นยิ่งกว่านั้น เธออาบน้ำ “เลือด” และดื่มมันเหมือนน้ำเปล่าเพื่อความเยาว์วัย เธอเป็นภรรยาของขุนนางในช่วงศตวรรษที่ 16 ที่สนุกกับการทรมานคน สิ่งที่เธอโปรดปรานคือการจับชาวบ้านมาเตะต่อย เอาตะปูเงินแทงเข้าไปที่เล็บหรือริมฝีปาก หรือเอาน้ำเย็นยะเยือกสาดใส่เหยื่อและทิ้งให้พวกเขาตายในหิมะ แต่ความสนุกของเธอก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อสามีของเธอสุดจะทนกับพฤติกรรมอันวิปลาส เขาตอกกำแพงขังเธอเป็นๆในปราสาท เหลือพื้นที่อันน้อยนิดไว้ให้หายใจหรือพอนอนได้ จนเธอตายภายในไม่กี่ปีถัดมา

 

 

 

เห็นได้ชัดว่าแวมไพร์เป็นปีศาจที่อยู่คู่กับมนุษย์มานานหลายร้อยปี แต่ละตำนานก็มีความสยองหลายรูปแบบต่างกันไป จนมาถึงความสยองล่าสุดอย่าง The Strain ซีรีย์ที่นำเสนอรูปลักษณ์ของแวมไพร์ออกมาได้น่าขนลุกไม่ซ้ำใคร มีหลักวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ทำให้เรื่องราวใกล้ชิดกับความเป็นจริงมากขึ้น และยังกล่าวถึงความรักของมนุษย์ที่จับใจผู้ชม ทำให้ The Strain เป็นอีกหนึ่ง “ตำนานแวมไพร์” ที่พลาดไม่ได้เช่นกัน

 

ที่มา :  listverse

 

ดูซีรีย์ออนไลน์ The Strain ซีซั่น 1 พากย์ไทย ซับไทย HD

 

อ่านเจาะลึกซีรีส์เรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม


สมัครดูซีรีส์ฟรี 3 วัน คลิก!

เพิ่มเพื่อน

 

ความคิดเห็น

สามารถพิมพ์ได้ 250 ตัวอักษร

ความคิดเห็น

     

    สมัครดูซีรีส์ The Strain เชื้ออสูรแพร่สยอง ปี 2

    กด *453*301#  ดูรายละเอียด

    OK

    จัดการอุปกรณ์ของคุณ

    Close
    อ้ะ!! ดูเหมือนคุณจะมีการเข้าสู่ระบบมากกว่า 5 อุปกรณ์ เลือกลบออกบ้างเพื่อใช้งานต่อ
    Trailer